ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ

“คุณหมอจะโทรมารายงานผลทุกวัน เหมือนลุ้นไปกับเรา”  คุณกัญทิพา มาร์ธัง

เจตนิน : ก่อนจะมารู้จักเจตนิน เคยรักษาที่ไหนมาบ้าง 

คุณกัญทิพา : ลองมาหลายที่เหมือนกัน ครั้งแรกติดประมาณ 8 สัปดาห์แล้วแท้ง ตอนนั้นมาทำก็บินไปๆ กลับๆ ไทยกับเซี่ยงไฮ้ พอหลุดเราเลยรอแป๊บหนึ่ง ประมาณปี 2014 ลองทำที่เซี่ยงไฮ้ด้วย เพราะไม่อยากไปๆ กลับๆ แล้วมีประสบการณ์ไม่ดีคือทำแล้วไม่ติด ตอนนั้นเราทำงานหนักทั้งคู่ วันละ 12 ชั่วโมง พอปี 2015 ดิฉันอายุ 36 แล้ว ก็คุยกันว่าเราต้องเอาจริงแล้ว จึงลาออกจากงานที่เซี่ยงไฮ้มาหาคุณหมอที่เจตนิน ได้ยินมาจากเพื่อนๆ ว่าที่นี่คือเบอร์ 1 ของประเทศ ตอนมาพบกับคุณหมอเราก็ ไม่ค่อยได้เตรียมตัว ไข่ก็ไม่มีเลย คุณหมอเลยให้พักร่างกายก่อนระหว่างนั้นก็มีไปหาหมอแผนจีนที่เยาวราชกินยาจีน 5 – 6 เดือน โชคดีมากคุณแม่ไปไหว้พระกับคุณหมอสมเจตน์ที่พม่าเลยรู้จักกันแล้ว เพื่อนดิฉันเคยรักษากับคุณหมอก็ติดก็เลยเลือกรักษากับคุณหมอสมเจตน์ค่ะ

เจตนิน : คุณหมอแนะนำการรักษาอย่างไรบ้าง 

คุณกัญทิพา : คุณหมอบอกว่าร่างกายเราผลิตไข่ไม่ดี ส่วนฝ่ายชายปกติ คุณหมอให้ยาบำรุงมากินแนะนำให้ออกกำลังกาย เล่นโยคะ พยายามอย่าเครียดดูแลตัวเอง แบบนี้อยู่หลายเดือนพอไปพบคุณหมออีกที คุณหมอแนะนำทำอิ๊กซี่ตั้งแต่แรกเลย ได้ตัวอ่อนทั้งหมด 2 ตัวก็อิ๊กซี่เลย เอาให้ชัวร์ไปเลยดีกว่าเพราะไข่เราน้อยมาก ถามว่าโอเคไหม เราก็โอเค ถ้ามันจะเพิ่มความเป็นไปได้ในการมีลูก จากนั้นคุณหมอแนะนำให้ไปเที่ยวผ่อนคลาย คุณหมอจะโทรมาบอกทุกวันว่าได้ไข่เท่านั้นเท่านี้ คุณหมอก็ลุ้นไปด้วยกันกับเรา ตอนนั้นเราไปเที่ยวทะเลก็รอโทรศัพท์จากคุณหมอหรือพยาบาล ซึ่งโทรมาอัพเดตทุกวันเหมือนเขาลุ้นกันทุกคน 

เจตนิน : มีการวางแผนให้สมาชิกใหม่อย่างไร 

คุณกีโยมม์ : เราเป็นคู่พ่อแม่ที่มีสองวัฒนธรรม เลยอยากให้ลูกเติบโตโดยไม่มีความขัดแย้งในเรื่องวัฒนธรรม ประเพณี ภาษา สังคม แล้วอยากให้เขาได้เรียนรู้ ประวัติศาสตร์ทั้งประเทศฝรั่งเศสและประเทศไทย อยากให้ลูกได้ความเป็นเราทั้งคู่ อย่างศาสนาก็ต้องเข้าใจทั้งคริสต์และพุทธ และต้องพูดได้ทั้งภาษาไทยและฝรั่งเศส อีกภาษาคือ ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาของพ่อและแม่ที่ใช้สื่อสารกัน พวกเราเลือกซื้อบ้านอยู่ที่เมืองไทย เพราะที่ผ่านมาย้ายประเทศไปเรื่อย เราทำงานหาเงินใช้ชีวิตสนุกสนาน พอมีลูกก็เริ่มคิดว่าเราต้องมีบ้านนะ และเราเลือกประเทศไทย 

เจตนิน : ฝากให้กำลังใจคู่ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์

คุณกีโยมม์ : เราทำมาหลายครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนเมื่อกรกฎาคม 2015 อยู่เซี่ยงไฮ้เราทำงานหนักและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน วันหนึ่งมาฉุกคิดว่าเราประสบความสำเร็จในชีวิตการงานก็จริง แต่วันที่เราตายเราไม่ได้ตายกับหน้าที่การงาน เพื่อนร่วมงานไม่ได้มาเฝ้าเราอยู่ที่ข้างเตียง แล้วอะไรล่ะที่เราคิดอยากประสบความสำเร็จก็คือ ครอบครัวนั่นเอง หมอที่เซี่ยงไฮ้บอกว่า เธอมีไข่ที่อยู่ในร่างกายน้อยมากๆ น้อยจนหมอบอกว่าโอกาสแทบจะเป็นศูนย์ ตอนนั้นเรามาคิดว่า เราไม่มีเวลาที่จะเสียอีกต่อไปแล้ว 

คุณกัญทิพา : เราเข้าใจว่าคนอยากมีก็คือ อยากมีมันกลายเป็นเอาทั้งกายใจไปทุ่ม แต่ถ้าเรายังทำงานหนักยังไงมันก็ไม่เวิร์ก ลองให้เวลาตัวเองทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพราะถ้าปล่อยไปแบบไม่รู้จะมาเมื่อไหร่ ก็เครียดตลอด เราต้องวางแผนทำให้เต็มที่ กินอาหารดีๆ ดูแลสุขภาพ ถ้าถึงวันที่เราอายุมากขึ้นจนมีลูกไม่ได้จริงๆ จะได้ไม่ต้องมาคิดว่าเรายังไม่ได้ทำอันนั้นลองอันนี้เลย ดิฉันรู้จักหลายคนที่อยากมีลูก แต่เขาได้ทำทุกวิถีทางแล้วหรือยัง ฝากกำลังใจไปให้อย่าเพิ่งท้อลองไปพบคุณหมอปรึกษาแนวทางในการรักษามันไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย ถ้าเรามีความมุ่งมั่นเราต้องทำได้

ขอรับคำปรึกษาฟรี

เรื่องราวความสำเร็จ

“จ๋าเริ่มมีความคิดในการฝากไข่ ตอนอายุ 35 อ่านเจอในหนังสือพิมพ์ว่ามีออปชันฝากไข่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้หญิงยุคนี้” คุณจ๋า-อลิสา พันธุศักดิ์  

“อายุไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป ถ้าคุณได้พบกับคุณหมอที่ใช่ และได้รับคำแนะนำที่ดี” คุณศันสนีย์ อออุตสาหกิจ

“ทุกที่ที่คนไปขอพรให้มีบุตรทั้งในไทยและต่างประเทศ หรือที่ปรึกษาภาวะมีบุตรยากที่อื่น เราไปมาแล้ว จนสุดท้ายเราก็ได้พบกับความสำเร็จที่เจตนิน”  คุณพัชร์ธมน เกตุวัตถา