fbpx

วัคซีน COVID-19 กับคุณแม่ตั้งครรภ์และผู้มีบุตรยาก

วัคซีน COVID-19 กับคุณแม่ตั้งครรภ์และผู้มีบุตรยาก

 

สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงนี้ คงทำให้ว่าที่คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมีความกังวลในเรื่องการวางแผนมีบุตร ความปลอดภัยของทารกในครรภ์ รวมถึงความพร้อมด้านสุขภาพของคุณแม่ และในอีกหลายปัจจัย ทำให้หลายครอบครัวจึงเลือกที่จะเลื่อนโปรแกรมการรักษาภาวะมีบุตรยากเพื่อรอจนกว่าจะมีความมั่นใจในการรับวัคซีนโควิด-19

ฉีดวัคซีนโควิด-19 ทำให้มีบุตรยากหรือไม่

คู่สมรสหลายๆ คู่ต่างมีความกังวลใจว่าหลังจากฉีดวัคซีนอาจมีผลต่อภาวะมีบุตรยาก หรือเกิดปัญหาต่อการเจริญพันธุ์ เช่น ทารกมีพัฒนาการไม่สมบูรณ์ เสี่ยงที่จะสูญเสียทารกระหว่างตั้งครรภ์ จากข้อมูลเรื่องประสิทธิภาพและการทำงานของวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มผู้มีบุตรยาก ปัจจุบันยังไม่พบว่าการรับวัคซีนจะมีผลต่อภาวะมีบุตรยากแต่อย่างใด

คุณแม่ที่เตรียมตั้งครรภ์สามารถรับวัคซีนโควิด -19 ได้หรือไม่

คุณแม่ที่เตรียมตั้งครรภ์ สามารถรับวัคซีนได้ จากรายงานการศึกษาจาก American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) The American Society for Reproductive Medicine (ASRM) และ The Society for Maternal – Fetal Medicine (SMFM) พบว่ายังไม่มีหลักฐานใดที่บ่งบอกว่า วัคซีนทำให้เกิดปัญหาในการตั้งครรภ์

หลังฉีดวัคซีนแล้วตั้งครรภ์ได้หรือไม่

คำแนะนำจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ Centers for Disease Control and Prevention (CDC)

ระบุว่าไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์หลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอวัคซีน (mRNA) เนื่องจากตามทฤษฎีแล้ว วัคซีนจะไม่ได้เข้าไปในนิวเคลียสของเซลล์ จึงไม่น่าจะมีการกลายพันธุ์ทั้งในตัวคุณแม่ และทารกในครรภ์ หากเกิดการตั้งครรภ์ภายหลังได้รับวัคซีน ดังนั้นสำหรับคู่สมรสที่มีแผนตั้งครรภ์ หลังจากได้รับวัคซีน ควรเข้ามาพบสูติแพทย์เพื่อปรึกษาและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

การตั้งครรภ์กับการรับวัคซีน

การศึกษาผลข้างเคียงของวัคซีนในผู้ที่ตั้งครรภ์ค่อนข้างมีข้อจำกัดและยังมีจำนวนไม่มากนัก ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ เพื่อประเมินความเสี่ยง หรือความรุนแรงที่เกิดขึ้นหากติดเชื้อ รวมถึงประเมิน ผลดี ผลเสีย เปรียบเทียบกับอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการรับวัคซีน หากพิจารณาแล้วพบกว่า มีความเสี่ยงต่อการติดโควิดมากกว่า แพทย์อาจลงความเห็นว่าให้ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไว้ก่อน

สามารถรับวัคซีนในช่วงให้นมบุตรได้หรือไม่

จากการศึกษาของ CDC ให้ข้อมูลว่ายังไม่มีการศึกษาที่แน่ชัดในกลุ่มคุณแม่ที่ให้นมบุตร รวมถึงทารกที่ได้รับนมจากคุณแม่ที่ฉีดวัคซีน หรือลักษณะของน้ำนมของผู้ที่รับการฉีดวัคซีน แต่เนื่องจากลักษณะของวัคซีนป้องกันโควิด -19 เป็นการเพิ่ม ภูมิคุ้มกันภายในร่างกายจึงไม่น่าเกิดความเสี่ยงจากการฉีดวัคซีน องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่า เพื่อรอผลศึกษาจากงานวิจัยที่แน่ชัด คุณแม่ที่ให้นมบุตรและไม่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด -19 ควรชะลอการฉีดวัคซีนไปก่อน จนกว่าจะพ้นช่วงให้นมบุตร ส่วนผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร และมีความเสี่ยงสูงจะที่ติตดเชื้อโควิด-19ให้คำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้จากวัคซีนกับความเสี่ยงจากวัคซีน โดยสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้โดยปรึกษาสูตินรีแพทย์ก่อน

การติดเชื้อโควิดระหว่างตั้งครรภ์

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลและการป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (Centers for Disease Control and Prevention – CDC) รายงานว่า หญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงเจ็บป่วยรุนแรงจากโรคโควิดอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม หากมีโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคให้เกิดรุนแรงมากขึ้น จนทำให้ทารกในครรภ์คลอดก่อนกำหนด

โรคโควิด-19 หากอยู่ในภาวะติดเชื้อถืออาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยรุนแรงและอันตราย แม้พบว่าในปัจจุบันการตั้งครรภ์ของคุณแม่ จะได้รับความเสี่ยงต่ำจากการเกิดโรคก็ไม่ควรอยู่ในความประมาท ก่อนเข้ารับวัคซีน ควรดูแลตัวเองให้มีสุขภาพและร่างกายที่แข็งแรง หลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยงจากโรค รักษาระยะห่างทางสังคม และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้น


บทความโดย

พญ.สิริสุข อุ่ยตระกูล

FREE CONSULTATION